Skip to content

LIFE . DOMINO

ตุลาคม 21, 2011

โดมิโน่

เป็นหนึ่งในของเล่นวัยเด็กไม่กี่ชิ้นที่หยิบจับมาเล่นกับพี่ชายบ่อยๆ จำได้ว่าเมื่อเปิดฝากระป๋องกาวเก่าที่นำมารียูสเป็นที่เก็บโดมิโน่จะเกิดเสียงดังคร๊องแคร๊ง ก้อนสี่เหลี่ยมพลาสติกขรุขระที่ด้านหนึ่งมีลายสิงโตหรือไม่ก็เสือ ส่วนอีกด้านเป็นรอยบุ๋มมีสีสัน ฉันยังจับสัมผัสของมันได้ดี แม้ว่าความน่าจะเป็นที่ฉันจะหยิบมาเล่นเรียงตัวเลขแบบฉลาดๆ กับเรียงเป็นแถวยาวแล้วดีดให้ล้มแบบโง่ๆ จะถือเป็น 50/50 แต่ความระทึกใจระหว่างเล่นสองแบบนี้นั้นต่างกันลิบลับ

ถ้าจำนวนเต็มชีวิตคือ 100

บางทีการเดินมาถึงครึ่งของครึ่งของจำนวนเต็ม อาจมีนัยยะสำคัญบางอย่าง คนเราจึงให้ความสำคัญกับตัวเลข 25 แถมใจดีตั้งชื่อสุดพิเศษให้มันว่าเบญจเพส ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อแต่ฉัน-ผู้ผ่านพ้น 25 มาหมาดๆ เชื่อไปเต็มประตูแล้วว่าเบญจเพสมีจริง วินาทีที่มีลมหายใจในช่วงระยะหลังก่อนถึงปัจจุบันมันช่างเต็มไปด้วยความติดขัด ขาดห้วง หรือหากไม่เป็นเช่นสองอย่างนั้นมันก็จะชวนถอนหายใจได้เสมอ จากเรื่องราวที่ไม่ถึงกับประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน แต่มาเป็นจังหวะต่อเนื่องชะชะช่า ไม่ถึงกับหนักหนาสาหัสจนกล้าเรียกว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เป็นหายนะจากการสะสมและควบแน่นของเรื่องเล็กๆ กลั่นตัวออกมาเป็นฝนฟ้าคะนองกระจายทั่วพื้นที่ของความรู้สึก จนหลายครั้งที่ตื่นเช้าขึ้นมาและรู้สึกตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ถึงกับต้องตั้งสติและตั้งคำถามว่าจะเลือกไปทางไหน เพราะโอกาสสุขทุกข์เป็น – ครึ่งต่อครึ่ง

จังหวะชีวิต

และโอกาสในการงานชักพาให้ชีวิตช่วงลักลั่นเดินทางมาจ๊ะเอ๋กับการสัมภาษณ์คนหลากหลายในหัวข้อเล็กแต่ใหญ่ที่สะกดว่า ‘ชีวิต’ ฉันพร่ำตั้งคำถามที่แตกต่างต่อผู้คนหลากหลายวัยว่าสิ่งที่เขาคิด รู้สึก ให้ความสำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร และเขาได้เรียนรู้อะไรกับชีวิตบ้าง บ้างก็ว่าชีวิตคือการพอใจ บ้างกลับบอกว่าถ้าพอใจก็ไม่มีชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็คิดว่าเข้าใจคำตอบของพวกเขา แม้ว่าสะท้อนกลับมาที่ตัวเองในวัยเท่านี้แล้วยังไม่อาจสรุปออกมาเป็นคำพูดได้แม้เพียงอณูว่าแท้จริงแล้วความหมายของชีวิตคืออะไรกันแน่

ฉันบรรจง

วางตั้งโดมิโน่สีดำ ร้อยเรียงโค้งซับซ้อนไปตามทางทอดยาว เพียงเพื่อต้องการสะกิดโดมิโน่ตัวแรกให้ล้ม ก่อนที่เห็นการล่มสลายของตัวอื่นเรียงตามกันไปจนหมด ฉันหยุดนิ่งรับฟังเสียงกระทบที่แสนไพเราะ ดื่มด่ำกับความรู้สึกฮึกเหิมนิดๆ ที่ได้ทำลายสิ่งที่เพิ่งใช้เวลาก่อร่างก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน – นั่นคือความสุขของฉันในวัยเด็ก แต่วันนี้ฉันผู้เป็นเจ้าของตัวเลขเลยครึ่งของครึ่งร้อยมาเพียงหนึ่งปี อาจเปลี่ยนความคิดนั้นไปหมดแล้ว เพียงเพราะเพิ่งมาสะท้อนว่าความรู้สึกของตัวเองช่างเหมือนโดมิโน่ หากสะกิดล้มเพียงหนึ่ง นั่นคือการพังครืน เสียงของมันตรงกันข้ามกับความไพเราะ

ตื่น

ลืมตาทุกเช้า ถ้าวันไหนโชคดีทุกสิ่งก็เหมือนเริ่มต้นวันใหม่ ถ้าแย่หน่อยก็เหมือนฝันร้ายที่เรายังจำได้ แต่อย่างน้อยมันก็คือฝัน ฉันพบว่าความขี้สงสารของตัวเองกลับมีประโยชน์ในยามนี้ เวลาออกจากบ้านแล้วเห็นคนทำงานสุจริตแต่ต้องเหนื่อยอย่างไม่คุ้มค่า เวลาไปโรงพยาบาลเห็นคนหนึ่งคนที่ต้องพาน้องสติไม่ดีและแม่อายุมากนั่งรถเข็นมาหาหมอ แทนที่จะชวนเศร้าอย่างเดียวแบบแต่ก่อน มันถูกดึงบางส่วนแปรรูปมาเป็นแรงผลักดันบางอย่างให้เราหายใจต่อไปอย่างปลอดโปร่ง นึกตลกขึ้นมาว่านี่อาจจะเป็นช่วงชีวิตที่กลับมาซาบซึ้งเป็นพิเศษกับเพลง เธอผู้ไม่แพ้ ของพี่เบิร์ดก็เป็นได้ ขนาดบอยสเก๊าท์ยังบอกเลยว่า

กำลังใจ อาจจะสร้างใหม่

สินะ : D